Search
  • Thanakrit Meena

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนการลงทุน"ทองคำ"

Updated: Oct 25



การลงทุนการเพิ่มความมั่นคงให้กับสถานะทางการเงิน หากคุณยังเป็นมือใหม่และยังกล้า ๆ กลัว ๆ กับการเริ่มต้นลงทุน ที่ไม่รู้จะลงทุนอะไร ไม่แน่ใจจะเริ่มต้นยังไงดี

วันนี้เรามีการลงทุนทางเลือกมาฝากเพื่อประกอบการตัดสินใจของคุณ นั่นคือ “การลงทุนทองคำ”


“ทองคำ” ถือเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลเนื่องจากหาซื้อได้ง่ายและขายได้คล่อง ธนาคารแห่งชาติทั่วโลกก็นิยมใช้ทองคำเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองระหว่างประเทศ จึงทำให้ราคาทองคำเป็นตัวบ่งชี้เศรษฐกิจโดยรวมของช่วงนั้น ๆ ได้อีกด้วย โดยการลงทุนทองคำช่วยป้องกันผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อ และยังมีมูลค่าเพิ่มในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ การถือทองคำจึงเป็นการช่วยรักษาความมั่นคงและป้องกันความเสี่ยงไปพร้อมกันด้วย


ทองคำ เป็นสิ่งที่คนนิยมซื้อเพื่อสะสม ลงทุน และเก็งกำไร ไม่ว่าจะเป็นการซื้อทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณ การที่หลาย ๆ คนเลือกลงทุนทองคำมีเหตุผลหลายอย่างด้วยกัน เช่น การเปลี่ยนเงินออมให้เป็นทรัพย์สินเพื่อสร้างรายได้ให้กับตัวเอง การลงทุนในทองคำนั้นยังเป็นหนึ่งในวิธีการสร้างผลตอบแทนที่ดี และอาจทำกำไรระยะสั้นได้สูงอีกด้วยนะ แต่ปัจจุบันราคาทองคำมีความผันผวนมาก ก่อนที่จะนำเงินไปซื้อทองคำแท่งหรือลงทุนทองคำในรูปแบบอื่น ๆ นักลงทุนต้องศึกษา ทั้งเรื่องราคาและการเก็บรักษา


เริ่มต้นลงทุนทองคำ

ก่อนอื่นหลายคนอาจจะสงสัยว่าการลงทุนทองคำนี้คือการซื้อทองคำแท่งหรือทองคำรูปพรรณ ผลตอบแทนจะมากน้อยคุ้มค่ากับการลงทุนไหม? จริง ๆ แล้วเราสามารถลงทุนได้ทั้งการซื้อทองคำรูปพรรณและการซื้อทองคำแท่งเลยนะ แต่สิ่งแรกที่จำเป็นต้องรู้คือน้ำหนักของทองคำแท่งกับทองรูปพรรณ แม้จะนับเป็นทอง “1 บาท” เท่ากัน แต่น้ำหนักจริงไม่เท่ากัน โดยทองคำแท่ง 1 บาท หนัก 15.244 กรัม ส่วนทองรูปพรรณ 1 บาท หนัก 15.16 กรัม ทำให้ทองคำทั้งสองแบบที่ความบริสุทธิ์เท่ากันมีราคาต่อ 1 บาทไม่เท่ากันไปด้วย


การลงทุนในทองคำรูปพรรณสามารถซื้อตามน้ำหนักที่ต้องการได้เลย แล้วยังสามารถเลือกลวดลายและนำมาสวมใส่เป็นเครื่องประดับได้ในระหว่างที่ถือครอง แต่มีข้อเสียคือมีค่ากำเหน็จ หรือค่าแรงในการทำทองที่เพิ่มเข้ามาทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะถูกหรือแพงก็ขึ้นอยู่กับร้านและลวดลายของทองที่ซื้อ นอกจากนี้ยังสามารถสึกกร่อนได้ เมื่อนำไปขายคืนจะถูกหักค่าเสื่อมประมาณ 5% จึงเป็นที่นิยมสำหรับคนที่ต้องการเก็บเป็นสินทรัพย์ระยะยาว หรือเป็นมรดกตกทอดมากกว่าการลงทุนเพื่อทำกำไรระยะสั้น

ส่วนการซื้อทองคำแท่งมักจะมีการกำหนดซื้อขั้นต่ำและอาจมีค่าบล็อกบ้างเล็กน้อย จึงต้องใช้เงินทุนที่มากกว่าในการซื้อ แต่ไม่มีค่ากำเหน็จจึงมีราคาถูกกว่าทองคำรูปพรรณ เวลาขายคืนไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือมีน้อยกว่าทองรูปพรรณมาก การซื้อทองคำแท่งจึงทำกำไรได้มากกว่าทองรูปพรรณและเป็นที่นิยมสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในทองอย่างจริงจัง ทองคำแท่งที่ลงทุนโดยทั่วไปมี 2 ประเภท คือ ความบริสุทธิ์ 96.5% และ 99.99% โดยที่ในประเทศไทยจะนิยมลงทุนในประเภทแรกมากกว่า และนิยมซื้อขายกันในขนาดตั้งแต่ 5 บาท, 10 บาท, 20 บาท และ 50 บาท


รูปแบบการลงทุนทองคำมีแบบใดบ้าง

การซื้อหรือลงทุนทองคำทำได้หลายแบบแต่ที่เหมาะกับมือใหม่จริง ๆ แนะนำอยู่ 2 แบบ คือ คุณจะเดินไปซื้อที่ร้านทองด้วยตัวเองหรือจะซื้อผ่านกองทุนรวมทองคำก็ได้ ซึ่งผมจะมาบอกข้อดีข้อเสียของแต่ละรูปแบบให้ฟัง คุณจะได้เลือกได้ว่าควรจะลงทุนทองคำในรูปแบบใด

1. การลงทุนโดยตรงผ่านการซื้อทองคำจากร้านที่ได้มาตรฐาน

ทั้งนี้การจะลงทุนทองคำให้ได้กำไรสูงสุดนั้น เราจะต้องดูราคาทองในตลาดและคาดคะเนความผันผวนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยปกติแล้วเมื่อราคาทองคำสูงขึ้น 2-5% คนมักจะเทขาย ซึ่งการเทขายก็ควรมีทองคำในครอบครองประมาณ 10-20 บาทเป็นอย่างน้อย ถึงจะคุ้มค่าครับ

2. การลงทุนผ่านกองทุนรวมที่ลงทุนในทองคำ

กองทุนรวมจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนนำเงินไปลงทุนทองคำแทนเรา ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการและการถือครองที่ผู้ลงทุนต้องศึกษาให้รอบคอบ การลงทุนผ่านกองทุนรวมนี้คุณไม่ต้องเดินไปซื้อทองคำที่ร้านทองด้วยตัวเองให้เหนื่อยแต่คุณสามารถติดต่อผ่านกองทุนที่คุณต้องการจะลงทุนได้เลย โดยการลงทุนผ่านกองทุนรวมถือเป็นวิธีที่ง่ายและใช้งบน้อย ที่สำคัญไม่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญมากก็สามารถลงทุนได้ เพราะแต่ละกองทุนจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลเรื่องการลงทุนให้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องคอยคาดคะเนปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองอย่างใกล้ชิดด้วยตัวเอง ไม่ต้องกังวลถึงความน่าเชื่อถือ หรือความผันผวนของราคาระหว่างร้านทองแต่ละร้าน นอกจากนี้ ยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนระหว่างการลงทุนไม่ว่าจะในรูปของเงินปันผล (ซึ่งจะมีภาษี ณ ที่จ่าย 10%) หรือในรูปของกำไรจากส่วนต่างในมูลค่าหน่วยลงทุน (Capital Gain) ซึ่งไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วย


สำหรับในทองคำจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนตลอดเวลาตามปัจจัยทางเศรษฐกิจโลก เช่น ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐ และนโยบายการเงินของธนาคารต่าง ๆ ทั่วโลก ดังนั้นการลงทุนทองคำจึงมีความเสี่ยงเหมือนกับการลงทุนในด้านอื่น ๆ ซึ่งผู้ลงทุนจำเป็นต้องศึกษาให้รอบคอบ ตัดสินใจเลือกรูปแบบการลงทุนทองคำที่เหมาะกับตัวเอง ที่สำคัญเงินที่จะนำมาใช้ลงทุนควรเป็นเงินเย็น คือ เงินที่ไม่ได้จำเป็นต้องนำไปใช้อะไร เป็นเงินส่วนที่เหลือจากการวางแผนการเงินเรียบร้อยแล้วนั่นแหละ เพราะว่าการใช้เงินเย็นจะช่วยให้ลงทุนเพื่อเกร็งกำไรได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลว่าถ้าหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น อาจจะต้องขายทองคำแบบขาดทุนหรือได้กำไรน้อยกว่าที่ควรเพื่อนำเงินมาหมุนครับ คุณเองก็จะสามารถประสบความสำเร็จจากการลงทุนทองคำได้ไม่ยาก หากข้อมูลพร้อม เงินพร้อม ก็ลุยต่อได้เลย

หมายเหตุ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

สำหรับนักธุรกิจที่ต้องการเงินทุนเพื่อหมุนเวียนกิจการ เราสามารถเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินให้ท่าน ช่องทางการติดต่อ Line : https://lin.ee/bX0Cx75 หรือโทร 064-595-8977

14 views0 comments