Search
  • Thanakrit Meena

สรุปเหตุการณ์ "หมิงตี้เคมีคอล" #โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ จากเหตุอัคคีภัย


ปภ.รายงานสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้โรงงานสารเคมี จังหวัดสมุทรปราการ บาดเจ็บ 40 ราย เสียชีวิต 1 ราย บ้านเรือนเสียหาย 100 หลัง มีผู้อพยพ 1,992 คน

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 64 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานความคืบหน้ากรณีเหตุเพลิงไหม้โรงงานสารเคมี บริษัท หมิงตี้ เคมิคอล จำกัด ซอยกิ่งแก้ว ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ณ มูลนิธิร่วมกตัญญู สมุทรปราการ ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ มูลนิธิ และจิตอาสาเข้าร่วมปฏิบัติงาน ณ วันที่ 5 ก.ค. 64 รวม 751 คน ผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีบ้านเรือนประชาชนเสียหาย 100 หลัง ผู้บาดเจ็บ 40 ราย ผู้เสียชีวิต 1 ราย ขณะนี้เพลิงสงบแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังการปะทุของไฟอย่างต่อเนื่อง




ภาพควันสีดำขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าน่าจะเป็นภาพที่ชาวกรุงเทพฯ และสมุทรปราการหลายๆ คนสังเกตเห็นในวันนี้ นับตั้งแต่ช่วงเวลาตี 3 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรงงานพลาสติกแห่งหนึ่งย่านซอยกิ่งแก้ว อ.บางพลี ก่อนจะตามมาด้วยแรงระเบิดจนทำให้บ้านเรือนที่อยู่ในแวกนั้นเสียหายไปไม่น้อย

นับตั้งแต่เช้ามืดจรดเย็นค่ำ เกิดอะไรขึ้นบ้างที่ซอยกิ่งแก้ว

  1. เมื่อเวลาประมาณ 03.10 น.ของวันนี้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้โรงงาน หมิงตี้ เคมิคอล จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตโฟม และเมล็ดพลาสติก ทำให้ด้านในมีวัตถุไวไฟ และสารเคมีจำนวนมาก ส่งผลให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว

  2. หลังจากเกิดเพลิงไหม้ได้ไม่ถึง 10 นาที ก็เกิดเหตุระเบิดอย่างรุนแรง จนทำให้บ้านที่อยู่ในรัศมีใกล้เคียงได้รับความเสียหาย กระจกแตก ประตูพัง และอีกมากมาย ขณะที่ประชาชนที่อยู่ห่างไกล อย่างเขตบางนา ลาดกระบัง บางบ่อ บอกว่าได้ยินเสียงดังสนั่นกลางดึก

  3. หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยของมูลนิธิร่วมกตัญญู และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เข้าไปช่วยเหลือพนักงาน รวมถึงเจ้าของโรงงานซึ่งเป็นชาวไต้หวัน โดยพนักงานคนหนึ่งเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุระเบิด ด้านในโรงงานมีพนักงานประมาณ 10 คนทำงานอยู่

  4. แต่ในระหว่างนั้นเกิดเหตุสารชนิดสไตรีนโมโนเมอร์เกิดรั่วไหล พนักงานจึงเร่งอพยพออกมา ก่อนจะเกิดเหตุระเบิดตามหลัง ทำให้พนักงานบางส่วนได้รับบาดเจ็บ และบางส่วนติดอยู่ด้านใน แต่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือได้ทันเวลา

  5. เจ้าหน้าที่พยายามควบคุมเพลิงมาจนถึงรุ่นเช้า แต่ก็เอาไม่อยู่ แต่เนื่องจากด้านในเป็นวัตถุไวไฟ จึงมีการอพยพประชาชนที่อยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตร ออกจากพื้นที่ เนื่องจากมีรายงานว่าเพลิงใกล้จะลุกลามไปถึงถังสารเคมี 2 หมื่นลิตรที่อยู่ใกล้เคียง ขณะที่ทางจังหวัดสมุทรปราการ มีคำสั่งประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเหตุเพลิงไหม้ระดับ 5 ให้เจ้าหน้าที่และผู้ที่อยู่ในจุดเกิดเหตถถอนกำลังออก เนื่องจากไฟมีแนวโน้มลุกลามหนักขึ้น

  6. แต่ระหว่างนั้น ได้เกิดสารเคมีรั่วไหล ไฟปะทุขึ้นอีกครั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่กำลังปฏิบัติภารกิจถูกไฟครอก จนผู้บาดสาหัส 3 ราย และเสียชีวิต 1 ราย

  7. สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้น หลังมีรายงานผู้เสียชีวิต กิติศักดิ์ พวงบุบผา ประธานชมรมบรรเทาภัยเฉพาะกิจกรุงเทพมหานคร จึงได้หารือกับทีมกู้ภัยเพื่อหาแนวทางยุติเพลิงไหม้โดยเร็ว ซึ่งมีการสรุปให้ใช้โฟมเข้ามาช่วยควบคุมเพลิงแทนน้ำ และประสานให้ทางสมุทรปราการนำเฮลิคอปเตอร์ดับไฟทางภาคอากาศ

  8. ซึ่งจุดนี้เองที่กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ หลังพบว่ามีเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยเพียง 2 ลำที่ถูกส่งมาช่วยเหลือ อีกทั้งยังมีการตั้งข้อสังเกตว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ตอนตี 3 แต่เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยเพิ่งมาตอนเที่ยง ทำให้หลายคนมองว่าภาครัฐขาดความพร้อมในการเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้

  9. อีกทั้งหลายฝ่ายตั้งคำถามถึงมาตรการความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง รวมถึงความพร้อมของอุปกรณ์ป้องกันตัว ยังไม่เพียงแต่เท่านั้น ในช่วงที่สถานการณ์เพลิงยังไม่สงบ ยังมีการขอบริจาคน้ำ และเครื่องดื่มต่างๆ เพื่อนำมาให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ยิ่งทำให้หลายฝ่ายมองว่า เพราะเหตุใดหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานท้องถิ่นจึงไม่มีการเตรียมพร้อมเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเหล่าผู้เสี่ยงชีวิต

  10. อีกหนึ่งปัญหาที่หลายคนสังเกตเห็นจากเหตุการณ์นี้คือ ความพร้อมในการอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ ตลอดวันที่ผ่านมามีการแชร์ภาพผู้คนเกาะกลุ่มยังจุดต่างๆ ภาพคนยืนเบียดกันในรถโดยสาร ทั้งที่สถานการณ์ COVID-19 เองก็ยังวางใจไม่ได้ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่านอกจากคำสั่งอพยพแล้ว ไม่มีมาตรการใดๆ หรือจัดหาที่หลบภัยสำหรับรองรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเลยหรือ?

  11. และอีกหนึ่งประเด็นถูกพูดถึงมากในวันนี้คือ Emergency Alerts หรือระบบเตือนภัยฉุกเฉินสำหรับแจ้งเตือนประชาชนให้รับรู้ข่าวสาร และหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังจุดต่างๆ ที่อาจเป็นอันตราย ซึ่งปัจจุบันไทยยังไม่มีการใช้ระบบนี้อย่างทั่วถึง อาศัยเพียงการประกาศในพื้นที่ท้องถิ่น และการกระจายข่าวตามสื่อต่างๆ ซึ่งอาจไม่เพียงพอสำหรับหลายคนที่เข้าไม่ถึงข้อมูลเหล่านี้ หลายฝ่ายจึงออกมาเรียกร้องให้รัฐพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยให้ดูเหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญ

  12. นอกจากประเด็นเรื่องอุปกรณ์ และเครื่องมือต่างๆ อีกหนึ่งสิ่งที่คนตั้งข้อสังเกตคือการที่โรงงานกับเขตชุมชนที่ตั้งอยู่ใกล้กัน และผังเมืองที่ไม่เอื้อต่อการอพยพผู้คนอย่างรวดเร็ว ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้ไม่สามารถแยกออกจากกันได้เสียทีเดียว







8 views0 comments